Law

กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล Thai PDPA Law

กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ Thai PDPA Law ได้ถูกประกาศใช้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2562 และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2563 

Read more

Dashboard คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร?

เริ่มหลายคนพูดถึง Dashboard กันมากขึ้น ในบทความนี้จะพูดถึงว่า Dashboard คืออะไร แล้วมีประโยชน์อย่างไร และทำไมเราจึงควรทำ?

Read more

เทคนิคในการทำกราฟ

วิธีที่ง่ายที่สุดในการอธิบายดาต้าของคุณให้คนอื่นฟัง นั่นคือการทำกราฟออกมาให้กราฟช่วยอธิบาย จริงๆแล้วการทำกราฟไม่เพียงจะช่วยคุณเล่าเรื่องที่จะนำเสนอได้ดียิ่งขึ้น แต่ยังจะช่วยคุณให้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลได้ดีขึ้นด้วย

ในการทำกราฟ นอกจากการรู้จักกราฟแบบต่างๆแล้ว เราอยากจะแนะนำให้คุณรู้จัก ‘Semiology of Graphic’ ซึ่งหลายๆคนมักจะมองข้าม ซึ่งคือการนำส่วนประกอบต่างๆของกราฟ มาใช้อธิบายส่วนต่างๆของดาต้า

Read more

เราจะแบ่งกลุ่มลูกค้าได้อย่างไร

Segmentation คือการแบ่งลูกค้าออกเป็นกลุ่มต่างๆ ที่มีลักษณะเหมือนกันในแต่ละกลุ่ม เหตุผลหลักที่นักการตลาดทั้งหลายจะต้องทำการ Segmentation เพราะ เป็นส่วนหนึ่งของ STP หรือ Segmentation (แบ่งกลุ่มลูกค้า) > Targeting (เลือกกลุ่มเป้าหมาย) > Positioning (วางตำแหน่งของแบรนด์) เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าเราต้องเลือกกลุ่มเป้าหมายใด และต้องวาง positioning แบบใด  เนื่องจากไม่ใช่ทุกคนบนโลกนี้จะซื้อสินค้าของเราหมด เช่น น้ำผลไม้อาจจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มคนรักสุขภาพ

Read more

เราจะวัดมูลค่าของลูกค้าแต่ละคนได้อย่างไร?

ด้วยกระแสนิยมของ Data Analytics เราจะได้ยินคนพูดถึงเรื่องของ ‘CLV’ และ ‘CAC’ มากขึ้นเรื่อยๆ ว่าแต่มันคืออะไรล่ะ?

Read more

pen business eyewear research

การทำ Dashboard จากโปรแกรมบัญชี Express

การทำ Dashboard จากโปรแกรมบัญชี Express

หนึ่งในโปรแกรมบัญชีที่เป็นที่นิยมในบริษัทรุ่นเก่า คือโปรแกรมบัญชี Express ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบโจทย์ (ทางการบัญชี) และมีการใช้งานมายาวนาน แต่ปัญหาหนึ่งของการใช้โปรแกรมบัญชี Express คือ ไม่สามารถนำข้อมูลออกมาได้ ทำให้เราไม่สามารถนำข้อมูลที่เก็บมายาวนาน มาวิเคราะห์ให้เกิดประโยชน์กับทางธุรกิจได้เลย

ในปัจจุบัน เราสามารถทำ Dashboard จากข้อมูลโปรแกรมบัญชี Express ได้ โดยซื้อส่วนเสริมเพิ่มเติมจากทางบริษัท ESG คือโปรแกรม Express BI (การซื้อ License จะต้องซื้อโดยลูกค้าของ Express โดยตรงเท่านั้น เนื่องจากทาง ESG ไม่ขายให้บริษัทที่ไม่ตรงกับชื่อบริษัทในโปรแกรม)  โดยโปรแกรม Express BI นี้ สามารถใช้ได้ทั้ง Express ธรรมดา, Express Server และ Express On Cloud ค่ะ

 

โปรแกรม Express BI คืออะไร? และทำงานอย่างไร?

โปรแกรม Express BI คือโปรแกรมสะพาน ที่จะทำให้เราสามารถ Export ข้อมูลในโปรแกรมบัญชี Express ออกมาเป็นข้อมูลที่สามารถทำ Dashboard ต่อใน Power BI ได้ รวมถึงมีรายงาน Template มาให้จำนวนหนึ่ง (ที่ไม่ค่อยจะตอบโจทย์ซักเท่าไหร่นัก) ถือว่าเป็นตัวปลดล๊อคการใช้งานของโปรแกรม Express ที่ไม่สามารถดึงข้อมูลออกมาได้

ขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม Express BI จะซับซ้อนกว่าการทำข้อมูลจากโปรแกรมบัญชีอื่นๆมาก แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะเราจะทำให้คุณเข้าใจได้อย่างง่ายดาย

ก่อนอื่นเลยคุณจะต้องติดต่อซื้อโปรแกรม Express BI และให้ทางบริษัท ESG ลงโปรแกรมให้คุณก่อน

ขั้นตอนแรกของการใช้งาน คือเปิดเข้าไปที่โปรแกรมบัญชี Express  แล้วเลือกไปที่การทำกราฟด้วยโปรแกรมพิเศษ

ขั้นตอนต่อมา ก็คือการเลือกวันที่และรายงาน ส่วนใหญ่ข้อมูลที่น่าจะใช้ จะอยู่ในรายงานที่ 1 (การขาย) และ 2 (การซื้อ) และเลือกส่งออกไปยัง Power BI Desktop

ในขั้นตอนนี้เอง โปรแกรม Express BI จะทำการสร้างไฟล์ JSON ขึ้นมา ถ้าคิดง่ายๆก็คือไฟล์ข้อมูลดิบนั่นเอง แล้วส่งไปเก็บไว้ใน Path ของโฟลเดอร์ Express BI

ขั้นตอนที่สาม คือการเปิดโปรแกรม Express BI เพื่อให้เปิดไฟล์ Template ของ Power BI ที่มีอยู่ได้ และเราสามารถเซฟไฟล์นี้ไปไว้ที่อื่น หรือแม้กระทั่งอัพโหลดขึ้นไปบน Power BI Web Services

แต่อย่างไรก็ดี ถ้าคุณรู้สึกว่า Template ที่มากับโปรแกรม Express BI นั้นไม่ตอบโจทย์ คุณสามารถติดต่อเรา เพื่อให้เราช่วยสร้าง Template ที่เหมาะสมกับคุณได้ ตามตัวอย่างด้านล่าง

 

อยากดูข้อมูลโปรแกรม Express ผ่านมือถือต้องทำยังไง?

เราสามารถดูข้อมูลของโปรแกรม Power BI ผ่านทาง Application ในมือถือ หรือ ผ่านทาง Web Browser ต่างๆไม่ว่าจะเป็น Chrome, Edges, Firefox โดยที่เราไม่จำเป็นต้องใช้ Windows ได้ (ตัวอย่างคือมีลูกค้าคนหนึ่งใช้ MacBook แล้วอยากดูข้อมูลยอดขายของ Express) ก็สามารถทำได้ โดยการใช้ Power BI Services

หลักการทำงานคือ เราใช้โปรแกรม Express BI ต่อข้อมูลออกมาจากโปรแกรม Express BI เพื่อมาลงที่เครื่องคอมพิวเตอร์ (อาจจะเป็น Laptop หรือ Desktop ก็ได้) แล้วก็สามารถใช้เครื่องนั้นทำ Power BI เพิ่มเติม และอัพโหลดข้อมูลผ่าน Power BI Gateway ขึ้นไปที่เว็บของ Power BI Services (ซึ่งอยู่บน Cloud ของ Microsoft)

ถ้าหากคุณสนใจทำสามารถติดต่อทีมงานของเราด้านล่างได้เลยค่ะ

Davoy Company Limited


Bangkok | Singapore

Davoy Company Limited

Davoy Company Limited

Want to know more?

Want to know more?

    Contact Us

    Contact Us

    Email: lin@davoy.tech
    Phone: 081-428-8159
    Line: @davoy

    Dashboard คืออะไร? ในบทความนี้มีคำตอบ!

    Dashboard คืออะไร? ในบทความนี้มีคำตอบ!

     ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคปัจจุบันนี้หลายๆ ธุรกิจต่างต้องมีการวางแผนในการดำเนินงานที่รัดกุมมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นแผนงานทางการตลาด การกระตุ้นยอดขาย กลยุทธ์การดึงกลุ่มลูกค้า หรือแม้แต่การมองหาจุดอ่อนของคู่แข่ง ดังนั้นข้อมูลหรือรายละเอียดต่างๆ จะต้องครบถ้วนและสามารถมองเห็นภาพได้อย่างชัดเจน เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะได้มองเห็นภาพรวมว่าจะต้องควรแก้ไขในจุดไหนหรือต้องโฟกัสในเรื่องใดเป็นพิเศษ และแน่นอนว่า Dashboard จะเข้ามาช่วยเสริมทัพในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี จนทำให้หลายๆ คน เกิดคำถามขึ้นมาว่า Dashboard คืออะไร ? มันมีประโยชน์อย่างไร ? และทำไมบริษัทใหญ่ๆ ถึงตัดสินใจใช้ Dashboard กัน ? เพราะฉะนั้นในบทความนี้ เราจะขอสรุปรายละเอียดที่สำคัญเกี่ยวกับ Dashboard ให้คุณได้รู้จักมากยิ่งขึ้น

    Dashboard คืออะไร?

    ความหมายของ Dashboards คือ การนำข้อมูลรายละเอียดต่างๆ มาสร้างเป็นรายงานภาพรวมของธุรกิจ เพื่อให้ผู้บริหารเข้าใจและสามารถวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และคงจะมีคำถามตามมาว่า Dashboards กับการรายงานนั้นมันมีความแตกต่างกันอย่างไร ? โดยเราขออธิบายง่ายๆ ให้คุณเข้าใจได้ดังนี้…

    รายงาน

    รายงานคือการนำข้อมูลทั้งหมดมารวบรวมไว้เป็นอันหนึ่งอันเดียว โดยส่วนมากของรายงานจะเน้นไปที่ลายลักษณ์อักษร ซึ่งมีความละเอียดสูง ข้อมูลแน่นและต้องใช้เวลาในการตรวจสอบมากพอสมควร และมันอาจจะไม่ได้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนเท่าไหร่นัก ดังนั้นแล้วผู้คนจึงมักจะนำรายงานมาเป็น Database ในการทำ Dashboard นั่นเอง

    Dashboards

    ในส่วนของ Dashboard จะสามารถทำให้ผู้บริหารหรือฝ่ายที่เกี่ยวข้อง มองเห็นภาพรวมได้ดีกว่ารายงานอยู่หลายเท่าตัว เพราะ Dashboard จะแสดงกราฟให้พวกเขาเห็นได้อย่างชัดเจน ทั้งภาพรวมและรายละเอียดในเรื่องต่างๆ เช่น ส่วนไหนคือจุดอ่อน ส่วนไหนคือส่วนที่ทางบริษัทจะต้องทำการพัฒนาให้ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และแน่นอนว่าการมองเห็นภาพรวมที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นนั้น มันจะทำให้การวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

    ขั้นตอนการทำงานของ Dashboard

    หลักการทำงานแบบคร่าวๆ ของ Dashboards จะมีอยู่ 4 ขั้นตอนหลักๆ เลยคือ

    1. ดึงข้อมูลต่างๆ ออกมาจาก Database ไม่ว่าจะเป็น SQL / SAP / Google Analytics / Facebook/ รายงานประจำเดือนหรือช่องทางอื่นๆ ที่แต่ละบริษัทใช้  
    2. เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วก็จะทำการใช้โปรแกรม Business Intelligence (BI) เช่น Power BI, Tableau ในการ Transform และ Join ข้อมูลจากหลายๆ ที่โดยการทำ Data Model (จากเดิมที่เราทำใน Microsoft Excel เช่น Pivot Table หรือ Vlookup เป็นต้น)
    3. แล้วจากข้อมูลที่เราได้ ก็สามารถทำกราฟออกมาได้ เช่น เปรียบเทียบยอดขายรายช่องทาง เปรียบเทียบยอดขายกับเป้าที่วางไว้ การเปลี่ยนแปลงของยอดขายจากเดือนที่แล้ว หรือปีที่แล้ว นอกจากกราฟต่างๆแล้ว เรายังสามารถทำ conditional formatting ของตารางได้ เช่น ตารางยอดขายรายพนักงานขาย เราให้เทียบกับเป้า แล้วใครที่ขายได้ถึงเป้าให้แสดงสีเขียว ใครขายไม่ถึงเป้าให้แสดงสีแดง (จากเดิมที่เราต้องใช้เวลาต้นเดือนทุกเดือนมาทำ Report ซ้ำแล้วซ้ำเล่าใน Power Point)
    4. เมื่อถึงเดือนใหม่ แทนที่จะต้องทำ Report ก็สามารถใช้ Dashboard นี้เมื่อขึ้น Present Report ให้กับผู้บริหารหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในที่ประชุม รวมถึงการประหยัดเวลาในการทำสิ่งเดิม จะช่วยให้เราได้มุมมองใหม่ๆและการวิเคราะห์ที่ลึกขึ้น

    ประโยชน์ของ Dashboard ที่ถูกยอมรับในวงกว้าง

    • มองเห็นภาพรวมในด้านต่างๆ ของบริษัทหรือกิจการได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
    • Dashboards จะช่วยให้คุณสามารถแก้ไขปัญหาทางการตลาดได้อย่างตรงจุด
    • ช่วยให้การดูสรุปรายงานไม่น่าเบื่ออีกต่อไป เพราะ Dashboards สามารถเพิ่มเติมสีสันต่างๆ ลงไปได้
    • สามารถวิเคราะห์ประสิทธิภาพทางการตลาดได้ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
    • มองเห็นภาพว่าสินค้าหรือบริการตัวไหน สามารถสร้างเม็ดเงินได้มากที่สุด
    • แผนการตลาดจะแข็งแรงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม จากภาพรวมของ Dashboards
    • สามารถนำข้อมูลที่มืออยู่ในมือ มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อบริษัทได้มากที่สุด  
    • พนักงานภายในองค์กรหรือบริษัทสามารถทำงานได้อย่างเป็นขั้น เป็นตอนมากยิ่งขึ้น

    Dashboard เหมาะสมกับใครมากที่สุด?

    หากถามว่า Dashboards เหมาะสมกับใคร คงต้องบอกว่าเหมาะสมกับทุกคนที่ทำงานภายในองค์กรหรือบริษัท เพราะ Dashboards สามารถวิเคราะห์ข้อมูลออกมาเป็นกราฟได้ตั้งแต่เรื่องการเงิน การบัญชี เรื่องการตลาด ยอดขาย ผลประกอบการ รวมไปถึงประสิทธิภาพการทำงานของแต่ละบุคคลว่าเป็นอย่างไร ดังนั้นหากคุณรู้จักประยุกต์ใช้ Dashboards ให้เป็น การทำงานภายในบริษัทจะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน อีกทั้งตำแหน่งที่ควรจะเริ่มศึกษาการใช้งาน Dashboards คือ…

    1. เจ้าของกิจการ ผู้บริหาร
    2. พนักงานฝ่ายการเงิน การบัญชี
    3. พนักงานฝ่ายการผลิต
    4. พนังงานขาย
    5. ฝ่าย Marketing

    ซึ่งทั้ง 5 ตำแหน่ง ที่เรากล่าวไปข้างต้น ถือได้ว่าเหมาะสมที่จะเรียนรู้และนำ Dashboards มาปรับใช้ในการทำงาน เพราะจะได้มองเห็นภาพต่างๆ ได้อย่างชัดเจนและสามารถวางแผนทางตลาดได้อย่างเฉียบขาดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

    Dashboards มีทั้งหมด 4 ประเภท

    ในหลักความเป็นจริง Dashboards มีอยู่ด้วยกันถึง 4 ประเภท คือ

    1. Strategic Dashboards เป็น Dashboard เชิงกลยุทธ์
    2. Analytical Dashboards เป็น Dashboard เชิงวิเคราะห์
    3. Operational Dashboardsเป็น Dashboard ที่ใช้ตรวจสอบการทำงานอย่างต่อเนื่อง
    4. Informational Dashboards เป็น Dashboard ที่แสดงข้อมูล ตัวเลขที่เป็นข้อเท็จจริงหรือสถิติ

    Dashboards สามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาในเรื่องใดได้บ้าง?

    • ลดความยุ่งยากในการอ่านรายงานของบริษัทสำหรับผู้บริหาร
    • ลดระยะเวลาในการเข้าประชุม เพราะ Dashboards เข้าใจได้ง่าย จึงไม่จำเป็นต้องเสียเวลาในการสรุปข้อมูลต่างๆ
    • ผู้ที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องทำรายงานใหม่ เพราะ Report จะถูกอัพเดทโดยอัตโนมัติเมื่อมีข้อมูลใหม่ๆ เข้ามา

    จากข้อมูลที่เรากล่าวไปข้างต้น คงพอจะทำให้คุณเข้าใจและรู้จักกับ Dashboard กันเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราบอกได้เลยว่าใครที่อยู่ในวัยทำงานและต้องมีการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกในด้านต่างๆ ให้แก่หัวหน้าในที่ประชุม Dashboard คงจะสามารถแปรงร่างกลายเป็นผู้ช่วยให้การนำเสนองานของคุณผ่านพ้นไปได้ด้วยดีอย่างแน่นอน เพราะจุดเด่นของ Dashboard คือการสรุปข้อมูลแบบ Executive ในมุมมองต่างๆ ที่มองง่าย อ่านสบายตา แถมยังเพิ่มสีสันให้กับการนำเสนอได้อีกด้วย อีกทั้งผู้บริหาร เจ้าของกิจการที่ต้องการมองภาพรวมของธุรกิจว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยขนาดไหน ทาง Dashboard ก็คงจะสามารถตอบโจทย์ในเรื่องนี้ของคุณได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

    Davoy Company Limited


    Bangkok | Singapore

    Davoy Company Limited

    Davoy Company Limited

    Want to know more?

    Want to know more?

      Contact Us

      Contact Us

      Email: lin@davoy.tech
      Phone: 081-428-8159
      Line: @davoy

      แบบสอบถาม Customer Satisfaction

      ทุกวันนี้ ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการต่างๆได้ง่ายมากเพียงปลายนิ้วสัมผัส ซึ่งตัวเลือกที่มากมายเหล่านี้ ทำให้เกิดการแข่งขันทางธุรกิจที่สูงขึ้นโดยเฉพาะธุรกิจในกลุ่ม B2C (Business-to-Consumer) และการที่ลูกค้ามีตัวเลือกที่หลากหลาย ทำให้ลูกค้าสามารถหันเหความสนใจไปยังสินค้าหรือแบรนด์ใหม่ๆได้เสมอ ซึ่งในฐานะผู้ประกอบการ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทราบว่าลูกค้ามีความพึงพอใจกับสินค้าหรือบริการของเราเพียงใด อะไรคือสิ่งที่ลูกค้าประทับใจ อะไรคือสิ่งที่ลูกค้าอยากให้ปรับปรุง เราควรพัฒนาสินค้าและบริการของตนไปในทิศทางไหน เพื่อให้ลูกค้าไม่เปลี่ยนใจไปใช้แบรนด์อื่นและมีการบอกต่อความประทับใจของสินค้าหรือบริการไปยังเพื่อนและครอบครัว หรือทางสื่อ online

      ความพึงพอใจของลูกค้าคืออะไร


      ความพึงพอใจของลูกค้า เกิดจากการเปรียบเทียบประสบการณ์ที่ได้รับของลูกค้า กับความคาดหวังที่ลูกค้ามีต่อสินค้าและบริการ หมายความว่า ถ้าลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่พอดีหรือเหนือความคาดหวัง ลูกค้าจะเกิดความพึงพอใจต่อสินค้าและบริการ ในทางกลับกัน ลูกค้าย่อมไม่พึงพอใจเมื่อสิ่งที่ตนเองได้รับจากการใช้สินค้าและบริการไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง ในทางปฏิบัติ ผู้ประกอบการสามารถใช้การสำรวจความพึงพอใจ (Customer Satisfaction Survey) ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ ทางอีเมลล์ ทางโทรศัพท์ หรือแบบสอบถามที่เป็นกระดาษ ในการเข้าถึงข้อมูลความพึงพอใจของลูกค้า สิ่งที่ประทับใจ สิ่งที่อยากให้ผู้ประกอบการปรับปรุงในสินค้าและบริการ รวมถึงแนวโน้มที่ลูกค้าจะแนะนำสินค้าและบริการให้กับเพื่อนและครอบครัว (Net Promoter Score) ข้อมูลดังกล่าวนี้เอง จะช่วยผู้ประกอบการกำหนดทิศทางการดำเนินงานเพื่อมอบประสบการณ์ที่ตรงหรือเหนือตามความคาดหวังของลูกค้าได้มากที่สุด

      ทำไมความพึงพอใจของลูกค้าจึงมีความสำคัญ


      “การหาลูกค้าใหม่นั้นต้องใช้เงินลงทุนมากกว่าการรักษาลูกค้าเดิมไว้มากถึง 6-7 เท่า และโดยเฉลี่ย ลูกค้าประจำจะใช้จ่ายกับสินค้าหรือบริการเพิ่มขึ้น 10 เท่าเมื่อเทียบกันการซื้อสินค้าหรือใช้บริการครั้งแรก” ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญต่อคุณค่าของความพึงพอใจที่ลูกค้ามีต่อสินค้าและบริการ มากกว่าการให้ความสำคัญกับการตลาดอย่างเดียว และโดยปกติเมื่อลูกค้าพึงพอใจในสินค้าหรือบริการ พวกเขาเองจะช่วยเป็นกระบอกเสียงให้กับธุรกิจของคุณ นำสินค้าและบริการของคุณไป แนะนำให้เพื่อนและครอบครัว ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสูงสุดของการทำธุรกิจเลยก็ว่าได้

      ในขณะเดียวกัน ลูกค้าก็สามารถเปลี่ยนใจไปใช้สินค้าและบริการของแบรนด์อื่นได้ทันทีและตลอดเวลา ซึ่งเกิดจากการได้รับประสบการณ์ที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง งานวิจัยพบด้วยว่า แบรนด์ต่างๆต้องใช้ความพยายามมากถึง 12 ครั้งในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีออกไปเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกครั้งอีกครั้ง เพื่อทดแทนประสบการณ์ของลูกค้าที่ไม่ดีเพียง 1 ครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อลูกค้าได้บอกเล่าบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ พวกเขาไม่ได้ต้องการจะเน้นแค่ความรู้สึกที่ไม่ดี แต่อยากให้ผู้ประกอบการเห็นเป็นโอกาสสำคัญที่จะปรับปรุงพัฒนา สินค้า บริการให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ตรงตามความคาดหวังของลูกค้า

      การมองเห็นแนวโน้มความพึงพอใจของลูกค้า


      ปัญหาที่จะพบหลังจากเก็บข้อมูลความพึงพอใจของลูกค้าแล้วก็คือ การจัดการกับข้อมูลที่มหาศาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายเลยทีเดียว ที่จะจัดเรียงข้อมูลดังกล่าวมาอยู่ในรูปแบบที่สามารถนำไปใช้งานและเห็นแนวโน้มความพึงพอใจของลูกค้า ซึงก็มีวิธีอยู่ประมาณหนึ่งที่นำไปใช้หาแนวโน้มความพึงพอใจของลุกค้า ตัวอย่างเช่น การใช้โปรแกรมที่สามารถรายงานความผันผวนความพึงพอใจของลูกค้า การโฟกัสกลุ่มลูกค้าในเชิงอุตสาหกรรมหรือเชิงภูมิภาค หรือการหาความสัมพันธ์ของข้อมูลระหว่าง ความพึงพอใจของลูกค้าและข้อมูลอื่นๆ

      ทั้งนี้ ถ้าคุณกำลังจะพัฒนาสินค้าหรือบริการของคุณโดยมองจากความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหลัก Davoy.tech พร้อมที่จะพาคุณมีความเข้าใจลูกค้าดียิ่งขึ้น เราจะเป็นผู้ช่วยของคุณตั้งแต่การทำแบบสำรวจความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูล การสร้างแดชบอร์ด ด้วย end-to-end customer satisfaction platform หากคุณพร้อมร่วมเดินทางไปกับเรา สามารถติดต่อเราได้ตามด้านล่างเลยค่ะ

      Davoy Company Limited


      Bangkok | Singapore

      Davoy Company Limited

      Davoy Company Limited

      Want to know more?

      Want to know more?

        Contact Us

        Contact Us

        Email: lin@davoy.tech
        Phone: 081-428-8159
        Line: @davoy

        เริ่มทำ AI ยังไงดี?

        เหตุมันเกิดจาก คนไปอ่านหนังสือ ว้าวววว Machine Learning, AI กำลังจะมาแล้ว เอ๊ะ แล้วเราก็ต้อง Digital Transformation ด้วยละกัน เดี๋ยวเราจะทำ AI กันนะ

        ตัดภาพกลับมาพนักงานยังจดยอดขายใส่สมุดบัญชี ปริ๊นรายงานยอดขายรายวันเป็นกระดาษในนายดูกันเลย เอ๊ะ เราจะไปให้ถึง AI กันได้ยังไง

        ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า …

        เอ๊ะ แล้วเราจะเริ่มกันยังไงดีล่ะ วันนี้จะมาขอขยายความด้วยโมเดลของ Davoy.tech ที่เราปรับมาจาก Maslow’s Hierarchy of Needs แต่เป็นทางฝั่งของ Analytics แทน

        Step:1 Physical Need <> Data Driven Decision
        คือคนเราก็ต้องมีปัจจัยสี่ฉันใด การเริ่มทำดาต้าก็ต้องเริ่มจากการที่คนอยากเอาไปใช้ฉันนั้น ถ้าทำดาต้าแล้วผู้บริหารไม่ฟังเราเนี่ย ก็อย่าได้เริ่มทำอะไรเยอะแยะ ให้เค้าใช้ดาต้าในการตัดสินใจก่อน

        Step 2: Security <> Integrated Data
        หลังจากที่เรามีปัจจัยสี่แล้ว สิ่งต่อไปที่คนเราต้อการคือความปลอดภัยในชีวิต ซึ่งเปรียบได้กับการที่เราจะเอาดาต้าหลายๆส่วนมาใช้ มารวมกันเป็นก้อนเดียว เพื่อทำให้เรามั่นใจในข้อมูลกันมากขึ้น แทนที่จะเป็นต่างแผนกต่างทำกันเอง

        Step 3: Social <> Real-time Data
        หลังจากที่เรามีดาต้าที่สมบูรณ์ เราก็จะเริ่มเน้นแล้วว่า อยากให้ข้อมูลมันไวขึ้น จากเดิมดูรีพอร์ททุกสิ้นเดือน จะดีมั้ยถ้าตื่นเช้ามาแล้วเราได้ดูทุกวัน

        Step 4: Self-Esteem <> Individual Data
        ต่อจากยอดขายรายวัน ขั้นตอนต่อไปเราจึงจะเริ่มดูข้อมูลรายคน รายหัว เพื่อที่จะได้เห็นข้อมูลที่ชัดเจนขึ้นไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวก Customer Segmentation, RFM ใดๆใน Marketing 5.0 จะไม่เกิดเลย ถ้าไม่ได้มี individual data

        Step 5: Self-Actualization : Machine Learning
        ใดๆหลังจากได้ครบแล้ว ค่อยขึ้นไปทำ Machine Learning / AI เช่น การแนะนำสินค้าแบบ real-time ฯลฯ

        ในปัจจุบันเราว่าบริษัทหลายๆที่ แม้แต่บริษัทใหญ่ๆเอง เรายังอยู่กันที่ Step1-2 กันอยู่เลย บางที่อาจจะไป Step3-4 แล้ว แต่ทุกคนชอบเหลือเกินคำว่า AI , Machine Learning เลยอยากจะบอกว่าเราต้องวางรากฐานให้มั่นคงก่อน แล้วค่อยก้าวต่อไป แต่ถ้าอยากลองวางรากฐานให้บริษัทตัวเอง แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง สามารถปรึกษาเราได้ที่ lin@davoy.tech เลยค่ะ

        อะไรคือ Pivot และ Unpivot ใน Power BI

        ในหลายๆครั้ง เรามักจะเจอปัญหาว่า ทำกราฟที่ต้องการไม่ได้จากข้อมูลดิบที่เรามี ความจริงก็คือเราจะต้อง ‘shape’ ข้อมูลให้เป็นในรูปแบบที่ถูกต้อง ก่อนที่จะนำไปสร้างกราฟต่างๆ ซึ่งจุดนี้เองเป็นจุดแข็งของ Power BI ที่เราชอบมากๆ

        Read more

        shopping

        Consumer Journey & Marketing Funnel คืออะไร

        ไม่ใช่คนเราเห็นรอบแล้วจะซื้อสินค้าทุกครั้งไป การที่คนเราจะตัดสินใจซื้อสินค้าได้ จะต้องผ่าน Consumer Journey ซึ่งมีขั้นตอนต่างๆดังนี้

        Read more

        Likert Scale : จากคะแนน 1-5 คุณชอบ…มากน้อยแค่ไหนคะ?

        มารู้จัก Likert Scale กันดีกว่า มันคือเสกล 1-5  / 1-7 / 1-9 อะไรก็ว่าไป โดยที่ควรจะเป็นจำนวนคี่ เพื่อที่จะได้มีคะแนนตรงกลาง คือ Neutral หรือ กลางๆ

        Read more