เมื่อพูดถึง DAX (Data Analysis Expressions) หลายคนอาจจะนึกถึงการสร้าง Measures สำหรับการคำนวณต่างๆ ใน Power BI แต่ในความเป็นจริงแล้ว DAX สามารถนำไปใช้สร้างได้ทั้ง Measures, Columns และ Tables ซึ่งแต่ละประเภทมีหน้าที่และการใช้งานที่แตกต่างกันไป ในบทความนี้เราจะพาไปดูความแตกต่างระหว่าง Measures, Columns และ Tables พร้อมทั้งยกตัวอย่างสูตร DAX ที่ใช้บ่อยๆ
Measures
Measures เป็นการคำนวณที่เกิดขึ้นเมื่อมีการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ใช้เพื่อคำนวณค่าที่เปลี่ยนแปลงตามบริบทของการกรองข้อมูล หรือการสร้างตารางสรุป (Pivot Table) Measures จะไม่เก็บค่าคำนวณไว้ แต่จะคำนวณใหม่ทุกครั้งเมื่อมีการเรียกใช้

ตัวอย่างสูตร DAX สำหรับ Measures:
Total Sales = SUM(Sales[SalesAmount])
สูตรนี้จะคำนวณผลรวมของยอดขายจากคอลัมน์ SalesAmount ในตาราง Sales
Columns
Columns หรือคอลัมน์คำนวณ (Calculated Columns) เป็นการเพิ่มคอลัมน์ใหม่เข้าไปในตารางที่มีอยู่แล้ว คอลัมน์นี้จะถูกคำนวณและเก็บค่าคำนวณไว้ในตาราง ทำให้สามารถนำไปใช้งานได้เหมือนกับคอลัมน์ปกติ
ตัวอย่างสูตร DAX สำหรับ Columns:
Sales Tax = Sales[SalesAmount] * 0.07
สูตรนี้จะสร้างคอลัมน์ใหม่ชื่อ Sales Tax และคำนวณภาษีขายโดยนำยอดขาย SalesAmount คูณกับอัตราภาษี 7%
Tables
Tables หรือ ตารางคำนวณ (Calculated Tables) เป็นการสร้างตารางใหม่โดยใช้ DAX สามารถนำข้อมูลจากหลายๆ ตารางมารวมกัน หรือคำนวณสร้างตารางใหม่ตามเงื่อนไขที่กำหนด ตารางคำนวณนี้จะสามารถนำไปใช้งานในโมเดลข้อมูลได้เช่นเดียวกับตารางปกติ
ตัวอย่างสูตร DAX สำหรับ Tables:
Filtered Sales = FILTER(Sales, Sales[SalesAmount] > 1000)
สูตรนี้จะสร้างตารางใหม่ชื่อ Filtered Sales ที่มีเฉพาะรายการขายที่มียอดขายมากกว่า 1000
ความแตกต่างระหว่าง Measures, Columns และ Tables

ดังนั้นการเลือกใช้ระหว่าง Measure , column, และ table จึงสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างการคำนวนโดยใช้ DAX และควรเลือกใช้ให้ถูกต้องและเหมาะสมกับการใช้งาน
และหากใครที่อยากที่จะเริ่มมีทีมงานเข้ามาช่วยจัดการวิเคราะห์ข้อมูลหรือสร้างระบบการจัดเก็บข้อมูลขึ้นมาในองค์กรณ์ของคุณ Davoy.tech ของเราก็พร้อมที่จัดบริการ Data ครบวงจรเริ่มต้นที่เดือนละ 25,000 บาท หากสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถ add มาได้ที่ Line: @DAVOY ได้เลย

