ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและ AI หรือ Artificial Intelligence กลายเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินธุรกิจ เรามักจะเห็นบริษัทต่างๆพยายามนำ AI มาใช้มากขึ้น ในบทความนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับตำแหน่งงานของ “AI Alchemist” ที่ดาวอยมองว่าบทบาทนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับกระบวนการทางธุรกิจเพื่อสร้างมูลค่าและประสิทธิภาพสูงสุด
AI Alchemist ทำอะไร?
- แปลง Business Requirements เป็น Work Flow
AI Alchemist ต้องทำความเข้าใจความต้องการและเป้าหมายของธุรกิจ แล้วแปลงสิ่งเหล่านั้นให้เป็นworkflow ที่สามารถดำเนินการได้ ตัวอย่างเช่น ในธุรกิจ e-commerce ที่จะต้องดาวน์โหลดข้อมูลบยอดขายมาทุกวัน เพื่อที่จะได้ทำการจัดส่งสินค้า รายงานยอดขายรายวันให้เจ้านายผ่าน Line และ เก็บข้อมูลไว้วิเคราะห์ตอนปลายเดือนอีกที ก็อาจจะวาดออกมาเป็น Workflow ได้ดังนี้
- วางแผนและเลือกโมเดล AI ที่จะใช้
การเลือกโมเดล AI ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ AI Alchemist ต้องมีความรู้เกี่ยวกับโมเดล AI ต่าง ๆ รวมไปถึงเครื่องมือต่างๆนอกจาก AI ด้วย เพื่อที่จะเลือกโมเดลที่เหมาะสมกับการแก้ปัญหาของธุรกิจ จากตัวอย่างด้านบน
– การเช็คออเดอร์ต่างๆ อาจจะใช้เครื่องมือ Big Seller https://www.bigseller.com/web/dashboard.htm
– การเก็บข้อมูลทั้งหมดมารวมกัน เราอาจจะใช้ Power Automate คืออะไร? – Davoy
– การสรุปข้อมูล เราอาจจะใช้ Chat GPT ในการสรุปง่ายๆได้ Introducing ChatGPT | OpenAI
– การอัพเดทข้อมูลให้เจ้าของดูยอดขายทุกวัน อาจจะทำผ่าน Line
– การสรุปข้อมูลภาพรวมรายเดือน อาจจะใช้โปรแกรม Power BI คืออะไร ? – Davoy.tech
- Make it Happen!
การทำให้ workflow ที่เราคิดไว้ในตอนต้นให้เกิดขึ้นได้ เช่น การติดตั้งและเชื่อมต่อระบบ AI ให้ทำงานร่วมกับระบบที่มีอยู่แล้วในธุรกิจ ในข้อนี้จะยากตั้งแต่การต่อจากระบบต่างๆเข้าเป็นที่เดียวกัน รวมไปถึง จะทำอย่างไรให้แต่ละระบบคุยกันได้ ซึ่งอาจจะทำได้ตั้งแต่การเขียน API ผ่าน Python หรือภาษา Programming Language ต่างๆ หรืออาจจะใช้ Low-Code Platform เช่น https://www.make.com/en/register?pc=davoy

- ทำให้เกิดประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน
การทำให้ผู้ใช้มีประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน AI เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ถ้าเราอยากให้คนมาใช้ระบบของเรามากขึ้น เราต้องทำให้แน่ใจว่า คนที่มาใช้ระบบเราจะไม่หัวร้อน หงุดหงิดกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง AI Alchemist ต้องตรวจสอบและปรับปรุงการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างที่ไม่ดี เช่น การที่เราไปซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่นที่มีเพลงขึ้นต้นด้วย ด.เด็ก หลอนๆตลอดเวลา พนักงานจะชอบขอให้เราโหลด application เพื่อสะสมแต้ม ซึ่งเราไม่อยากโหลด ก็จะทำให้คนให้ข้อมูลเราน้อยลง - ผลกระทบทางธุรกิจและการเงิน
สุดท้ายแล้วการทำธุรกิจ นั้นก็คือการทำให้เกิดรายได้ ดังนั้น AI Alchemist จะต้องประเมินผลกระทบของ AI ต่อธุรกิจ และผลตอบแทนด้านการเงิน เช่น การใช้ AI ในการลดค่าใช้จ่ายในการผลิตหรือเพิ่มยอดขายผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลที่แม่นยำ โดยจะดีที่สุดถ้าหาก AI Alchemist สามารถเขียนออกมาได้เลยว่า โครงการนี้ ช่วยบริษัท หาเงินได้เพิ่มกี่บาท หรือช่วยบริษัทประหยัดเงินได้กี่บาท
AI Alchemist สำคัญต่อธุรกิจอย่างไร?
เรารู้จักหน้าที่ของ AI Alchemist กันไปแล้ว ต่อไปลองมาดูความสำคัญของ AI Alchemist ต่อธุรกิจของเรากันเถอะ
- ไม่ใช่แค่โม้ไปวันๆ (No More BS)
AI Alchemist ช่วยให้ธุรกิจเห็นภาพรวมและผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง ไม่ใช่แค่คำโฆษณาหรือความคาดหวังที่ไม่เป็นจริง เช่น การใช้ AI ในการพยากรณ์ยอดขายที่แม่นยำและสามารถวัดผลได้จริง - มั่นใจว่าโครงการ AI มี ROI
AI Alchemist ต้องทำให้แน่ใจว่าโครงการ AI มีผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ที่คุ้มค่า เช่น การวิเคราะห์และลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานด้วยการใช้ AI ในการจัดการโลจิสติกส์ - เลือกโมเดล/เครื่องมือที่เหมาะสม
การเลือกเครื่องมือหรือโมเดล AI ที่เหมาะสมกับความต้องการของธุรกิจ เช่น การใช้โมเดล NLP ในการวิเคราะห์ความคิดเห็นของลูกค้าจากโซเชียลมีเดีย - เป็นสะพานเชื่อมระหว่างระบบต่างๆ
AI Alchemist ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระบบต่าง ๆ ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น เช่น การเชื่อมต่อระบบ AI ที่ทำการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้ากับระบบ ERP เพื่อให้ข้อมูลที่ได้ถูกนำไปใช้ในการวางแผนการผลิต - เป็นสะพานเชื่อมระหว่าง Technical Team และ Business Team
การทำงานร่วมกันระหว่างทีมเทคนิคและทีมธุรกิจเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เช่น การประชุมร่วมกันระหว่างทีมพัฒนา AI และทีมการตลาดเพื่อกำหนดกลยุทธ์การใช้ AI ในการเพิ่มยอดขาย
ทักษะที่ AI Alchemist ควรมี
เราได้เห็นความจำเป็นของ AI Alchemist กันไปแล้ว แล้วถ้าวันนี้บริษัทของเราอยากจะจ้าง AI Alchemist มาสัก 1 คน คนๆนี้จะต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้างนะ?

รูปภาพจาก napkin.ai
- ความเข้าใจทาง Business
- AI Alchemist ต้องสามารถวิเคราะห์และประเมินผลกระทบของการใช้ AI ต่อธุรกิจได้
- ต้องเข้า Business Need อย่างชัดเจน เพื่อจะได้สามารถวางแผนทำงานได้ชัดเจน
- ความรู้ด้าน AI
- ติดตามแนวโน้มและเทรนด์ใหม่ ๆ ในวงการของ AI
- รู้จักข้อดีและข้อเสียของโมเดล AI ต่าง ๆ เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะสม
- สามารถแก้ไขข้อจำกัดของ AI เช่น Integrate AI กับระบบอื่น ๆ เพื่อแก้ไขข้อจำกัดและเพิ่มประสิทธิภาพ
- ทักษะการสื่อสาร
- ต้องสามารถสื่อสารกับทีมพัฒนา AI และทีมธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การคิดเชิงระบบและวิเคราะห์ภาพรวม:
ในการคัดเลือก AI Alchemist เราไม่ได้เลือกที่จบอะไรมา ไม่ว่าคุณจะจบอะไรมาจริงๆไม่สำคัญเท่ากับความสามารถในการเรียนรู้ และพลิกแพลงสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณสมบัติสามข้อด้านบน โดยเราแนะนำให้ทำเป็น Business Case ให้ผู้สมัคร เพื่อให้ผู้สมัครวาด Solution Diagram วางแผนการใช้ AI ในการแก้ปัญหาทางธุรกิจ
AI Alchemist มีบทบาทสำคัญในการผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับกระบวนการทางธุรกิจ เพื่อสร้างมูลค่าและประสิทธิภาพสูงสุด การมี AI Alchemist ในทีมจะช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้เทคโนโลยี AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในยุคดิจิทัล
ถ้าหากคุณต้องการปรึกษากับ AI Alchemist สามารถทักมาหาเราได้ทาง Line ที่ @davoy
และสามารถกด Subscribe เพ่อรับการแจ้งเตือนเมื่อเรามีบล็อกใหม่ๆ ได้ที่ช่องด้านล่างเลย
[hubspot type=”form” portal=”47406981″ id=”244b28eb-5322-4f57-80ff-1745ac75313c”]





